วิธีแก้ปัญหาผมแห้งเสีย แตกปลาย

  1. ผมแห้งหยาบกระด้าง

–  วิธีการฟื้นฟูผมแห้งสามารถทำได้โดย ให้คุณนำชะอมมาสัก 2 ถ้วย จากนั้นล้างให้สะอาดแล้วนำไปต้มกับน้ำสะอาด ในปริมาณ 4-5 แก้ว พอเดือดก็ยกลง กรองเอาแต่น้ำเท่านั้น  จากนั้นนำนะชะอมที่ได้มาทำการหมักผมโดยใช้มือขยำๆไปด้วยเพื่อให้น้ำชะอมซึมเข้าสู่รากผมและหนังศีรษะหมักผมทิ้งไว้สัก 5- 8  นาทีแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด พออีกวันรุ่งขึ้นค่อยใช้แชมพูอ่อนๆมาสระเพื่อเอากลิ่นของชะอมออก ให้คุณปฏิบัติแบบนี้ 2 สัปดาห์ครั้ง ผมของคุณจะค่อยๆกลับมาดีขึ้นเอง

  1.  ผมแห้งเสีย

–   ให้ใช้น้ำมันมะกอกผสมน้ำมันดอกโรสแมรี่ ชโลมลงไปที่ผม หมักเป็นเวลา 30 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้ทำเดือนละ 2 ครั้ง จะช่วยให้ผมกลับมาเงางามไม่แห้เสีย

  1. ผมแตกปลาย

–  ใช้ตะไคร้ 4 ต้น นำมาล้างให้สะอาด แกะเปลือกออกก่อนสัก  2 ชั้น หั่นเป็นชิ้นๆ จากนั้นปั่นให้ละเอียดพร้อมเติมน้ำอุ่นๆลงไปสัก 1 แก้ว จากนั้นเอาผ้าขาวบางกรองเอามาแต่น้ำ นำมาชโลมให้ทั่วเส้นผมหมักไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นก็ล้างออกให้สะอาดให้ทำแบบนี้ทุกๆ 2 สัปดาห์ จะทำให้ผมที่แตกปลายกลับมาดีขึ้น

  1. ผมไร้น้ำหนัก

–  ให้คุณนำผลอะโวคาโดสุก 1 ผลกับไข่ไก่ 1 ฟอง ให้นำไข่แดงมาปั่นผสมผลอะโวคาโด หมักทิ้งไว้เป็นเวลา 15 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วจึงสระผมด้วยแชมพูอ่อนๆเพียง 1 ครั้งเท่านั้น ทำแบบ 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เส้นผมของคุณจะหนานุ่มขึ้นไม่ขาดหรือเปราะหักง่าย

วิธีแก้อาการสะอึก

อย่างที่เรารู้กันว่าอาการสะอึกนั้นเกิดขึ้นได้ทั่วไปในทุกคน ทุกเพศ และทุกวัย ซึ่งหากสะอึกเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ แค่ 2-3 นาที ก็ถือเป็นเรื่องปกติและจะหายไปเอง หรือใช้เทคนิคช่วยให้อาการสะอึกหายได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าบางคนสะอึกนานติดต่อกันเป็นเวลา 1 ชั่วโมงขึ้นไป หรือเป็น 1-2 วันก็เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ได้

อาการสะอึกมีสาเหตุที่แท้จริงมาจากกะบังลมที่หดตัวอย่างรุนแรง ทำให้แผ่นเหนือกล่องเสียงที่คอหอย กั้นไม่ให้อาหารเข้าไปในหลอดลมได้ปิดลง จึงดึงอากาศเข้าปอดผ่านทางคอหอย จึงทำให้อากาศนั้นไปกระทบกับแผ่นปิด จึงเกิดเป็นอาการสั่นสะเทือนของสายเสียง จึงเรียกว่าอาการสะอึก

วิธีบรรเทาอาการสะอึก

  • หายใจเช้าลึกๆ หลังจากนั้นกลั้นหายใจสักพัก
  • ดื่มน้ำมากๆ
  • กลั้นหายใจ 10 วิ แล้วดื่มน้ำตามมากๆ
  • ทำให้ตกใจ จะช่วยให้หายสะอึกได้
  • กลื่นน้ำแข็งที่บดละเอียดแล้ว
  • มีการหายใจภายในถุงกระดาษ
  • จิบน้ำเปล่าติดต่อกัน

วิธีขับไล่อาการปวดเมื่อย

ในผู้ที่ต้องทำงานอยู่ในท่าเดิมที่เดิมนานๆ หรือพนักงงานออฟฟิตต่างๆที่วันๆต้องนั่งทำงานอยู่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์อย่างเดียว ทำให้มีอาหารปวเดเมื่อย และเจ็บล้าที่บริเวณหลัง บ่า หรือตามข้อต่างในร่างกาย เวลาสระสมกันเป็นเวลานานๆทำให้รู้สึก ล้า และนอนไม่หลับไปอีก หันมาใช้ ลองกานอยด์ ดูซิค่ะ
ลองกานอยด์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เพื่อการบรรเทาอาการปวดเมื่อตามร่างกาย ที่เกิดจากการทำงานหนัก หรือการใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้นๆ อย่างหนัก ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการปวดขึ้นมาจนบางครั้งอาจไม่สามารถขยับกล้ามเนื้อส่วนนั้นได้ในบางที โดยการทา ลองกานอยด์ สามารถช่ววยคุณได้
ลองกานอยด์ เป็นสารสกัดจากเมล็ดลำไย ที่ถูกทีมนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าในเมล็ดลำไยมีสารที่ช่วยลดความเหน็ดเหนื่อยเมื่อล้าให้กับร่างกายได้ เมื่อทา ลองกานอยด์ และบีบนวดบริเวณที่ปวดสักพักจะทำให้อาการบรรดีขึ้น นอกจากกนี้ยังไม่ทำให้แสบร้อนที่บริเวณผิวอีกต่างหาก
ลองกานอยด์ เป็นสารสกัดจากธรรมชาติฉะนั้นไม่มีสิ่งตดค้างหรือสารเคมีใดๆอย่างแน่นอน อีกทั้งยังมีกลิ่นที่หอมสดชื่นทาแล้วจะทำให้ผ่อนคลายได่เป็นอย่างดี หากคุณสนใจผลิตภัณฑ์ ลองกานอยด์ สามารถสั่งซื้อได้ที่ http://www.longashop.com/ เท่านั้น

วิธีชะลอความแก่เริ่มที่ตัวคุณเอง

สำหรับท่านใดที่กำลังมองหายาชะลอความแก่อยู่นั้น คุณไม่จำเป็นต้องไปหาที่ไหนไกล ไม่ต้องเสียเงินเสียทอง ไม่ต้องพึ่งสถาบันเสริมความงาม หรือ รับประทานวิตามินและคลอล่าเจนต่างๆให้เสียสมดุลของร่างกาย คุณสามารถชะลอความแก่ของตัวคุณเองง่ายๆโดยตัวคุณเอง วิธีที่ชะลอความแก่ด้วยตัวเองนั้นจะเป็นอย่างไรตามมาอ่านกันได้เลยค่ะ

  1. หัวเราะบ่อยๆ

หลายท่านคนเคยได้ยินมาแล้วว่าหัวเราะช่วยให้หน้าเด็กลง และสิ่งเหล่านี้ก็นเป็นจริงนะคะ เพราะเวลาที่เราหัวเราะ ร่างกายจะทำการหลั่ง “สารเอนโดร์ฟิน” ออกมา ซึ่งจะทำให้ร่างกายและจิตใจมีความสุข เบิกบาน แช่มชื่น และ รู้สึกผ่อนคลาย เพราะเหตุนี้จึงสามารถช่วยยืดอายุให้ยาวนานขึ้น

  1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ในหนึ่งสัปดาห์นั้นเราควรเผาผลาญแคลลอรี่ในร่างกาย 1,500 ต่อสัปดาห์ คล้ายกับว่าในสัปดาห์นึงควรเดินให้ได้อย่างน้อยๆ 3 ชั่วโมง เพราะการออกกำลังกายซึ่งนอกจากจะทำให้สุขภาพกายดีแล้วยังส่งผลให้สุขภาพดีขึ้นไปอีกด้วย

  1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

เพราะช่วงเวลาที่นอนหลับจะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายได้รับการผักผ่อน และ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพราะถ้านอนหลับไม่เพียงพอร่างกายจะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิธิภาพ สำหรับในไวทำงานให้หาเวลางีบสัก 15 นาที จะช่วยให้เวลาที่ตื่นมานั้นสมองปลอดโปร่งและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

  1. รู้จักที่จะคิดบวก

การคิดบวก คือ การคิดและมองโลกในแง่ดี รู้จักปล่อยวาง ทำจิตให้สงบเยือกเย็น เพราะเมื่อจิตใจเบิกบาน ร่างกายไม่รู้สึดเครียดแล้ว จะสามารถนำพาสิ่งที่ดีๆเข้ามาสู่ชีวิตเราอีกด้วย

  1. ปรับเวลาและปรับอาหารที่จะรับประทาน

เมื่อเวลาหลัง 6 โมงเย็นแล้ว ไม่ควรรับประทานอาหาร และในมื้ออาหารแต่ละมื้อให้ปรับเปลี่ยนมารับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น ลดคาร์โบไฮเดรตลง ที่สำคัญ ดื่มน้ำสะอาดให้พอดีกับที่ร่างกายต้องการ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป

วิธีแก้อาการปวดเมื่อย ด้วยโยคะ

ในคนวัยทำงาน บางทีต้อง นั่งอยู่บนเกาอี้นานๆ หรือเดินตลอดทั้งวัน ทำให้เกิดการเมื้อยล้าของกล้ามเนื้อ วันนี้เรามีวิธีแก้ปวดเมื่อย ด้วยการเล่นโยคะ อย่างง่าย ซึ่งคุณสามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้าน อีกทั้งยังบรรเทาปวดเมื่อยและดีต่อสุขภาพอีกด้วย

วิธีการเล่นโยคะ

  1.  ท่าบริหารคอ –  นั่งหลังตรง หายใจเข้า เงยหน้าขึ้นจากนั้นยกไหล่ หายใจออก ก้มหน้าลงช้าๆและกลับคืนสูท่าเดิม นั่งหลังตรง
    2.  ท่าบริหารคอ –   อยู่ในท่าหลังตรง หายใจเข้า จากนั้นหันคอไปทางซ้ายให้คางกับไหล่ตรงกัน ตามองตรง ค้างไว้สักพัก แล้วกลับคืนท่าหลังตรง ทำวิธีเดิมแต่ให้สลับข้างกัน
    3. ท่าบริหารคอและไหล่  –   นั่งหลังตรงเหมือนเดิ แต่ให้เอียงคอไปทางซ้ายให้รู้สึกว่าคอตึง ทำค้างไว้สักระยะหนึ่ง  จากนั้น กลับมาสู่ท่าหลังตรงเหมือนเดิม แล้วเปลี่ยนเป็นเอียงคอด้านขวาแทน
    4.  ท่าบริหารไหล่  –   นั่งหลังตรง ปล่อยแขนทั้งสองข้างให้ผ่อนคลาย หายใจเข้า ยกไหล่ขึ้นค้างไว้สักระยะหนึ่ง จากนั้นหายใจออกพร้อมกับลดไหล่ลง
    5.  ท่าบริหารตา  –   กลอกตาไปทางด้าน ซ้าย ขวา บน ล่าง ทำสักสามรอบ จากนั้นกลอกตาไปตามเข็มนาฬิกาและทวนเข็มนาฬิกาเป็นวงกลม หาอะไรอุ่นๆมาประคบคา หรือทำง่ายโดยการใช้ฝ่ามือถูกันให้อุ่นๆ แล้วนะมาวางบนตา

ท่าแต่ละท่าให้ทำท่าอย่างน้อยท่าละ 3 ครั้ง  ก็จะช่วยให้คลายปวดเมื่อยได้ อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดหินปูนเกาะที่กระดูก และ ป้องกันโรคข้อเสื่อมได้อีกด้วย

ส้มตำ เมนูลดความอ้วน

การลดความอ้วนเป็นเป็นเรื่องที่ยากสำหรับผู้หญิง ต้องออกกำลังกาย เพื่อควมคุมน้ำหนักควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมปริมาณอาหารให้ทานน้อยๆ ทานให้เป็นเวลา ไม่ทานอาหารดึกๆ และที่สำคัญต้องเลือกทานอาหารที่ไม่ทำให้อ้วน เว้นจากเป็นของที่มีไขมันเยอะ ควรทานผักผลไม้เยอะๆ ทานอาหารที่ให้พลังงานต่ำ

ส้มตำ เป็นอาหารที่ให้พลังงานต่ำ มีส่วนผสมทำมาจากผลมะละกอ ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ และส่วนผสมอื่นๆ แล้วแต่เราชอบ เช่น ปูดอง ปลาร้า เป็นต้น รสชาติส่วนใหญ่จะมีรสชาติ เปรี๊ยว เผ็ด แซ่บถึงใจ แต่ถ้าหากใครกินเผ็ดไม่ได้ หรือไม่ชอบกินรสชาติเปรี๊ยว หรือชอบกินรสหวาน ก็สามารถปรับรสชาติตอนทำได้ตามใจชอบ

นอกจากการทานส้มตำจะทำให้ได้พลังงานต่ำ สามารถลดความอ้วนได้แล้ว ความเผ็ดความแซ่บจะทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นหรือร้อน จะทำให้มีเหงื่อไหลออกเยอะ จะเป็นการเร่งการเผาผลาญพลังงานที่ดี ส้มตำจึงเป็นเมณูลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี แต่ต้องระวังเรื่องท้องเสีย เพราะส้มตำทำให้ท้องเสียได้ง่าย

เมนูส้มตำ

  • ส้มตำไทย
  • ส้มตำปูปลร้า
  • ตำซั่ว
  • ส้มตำปู
  • ส้มตำกุ้งสด
  • ส้มตำไข่เค็ม
  • ส้มตำผลไม้
  • ส้มตำปูม้า
  • ส้มตำข้าวโพด
  • ส้มตำหอยดอง
  • ส้มตำทะเล
  • ส้มตำมะม่วง
  • ส้มตำแครอท
  • ตำมั่ว

สรรพคุณของตะไคร้

ตะไคร้ เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้าน ที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ที่ให้ความอร่อยและช่วยดับกลิ่นคาวในอาหารได้อีกด้วย หรือจะนำตะไคร้ไปคั้นทำเป็นน้ำตะไคร้ที่มากไปด้วยสรรพคุณและความอร่อย น้ำตะไคร้นั้นดื่มง่าย เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบทานผัก ทานตะไคร้ในอาหารจึงสามารถดื่มน้ำตะไคร้แทนจะง่ายกว่า

สำหรับส่วนของตะไคร้ที่เรานำมาใช้ คือ ราก ส่วนหัว ลำต้น ใบ ต้น แล้วแต่ความเหมาะสมว่าจะใช้ส่วนไหนทำอะไร เราต้องเลือกใช้ให้ถูก เช่น ถ้าจะเอาไปใส่แกงก็เป็นส่วนลำต้น ถ้าจะนำไปสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยยากันยุงก็ใช้ใบของตะไคร้ เป็นต้น แต่ส่วนใบตรงขอบใบจะคมต้องระวังส่วนขอบใบจะบาดมือเลือดออกได้

สรรพคุณของตะไคร้

  • ช่วยรักษาโรคหืด
  • ช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง
  • ช่วยขับปัสสาวะ
  • ช่วยแก้อหิวาตกโรค
  • สามารถนำมาเป็นยาทานวดได้ แล้วแต่เราจะประยุกต์
  • ช่วยบำรุงธาติในร่างกาย
  • ทำให้เจริญอาหาร
  • ช่วยขับเหงื่อ

ดังนั้นตะไคร้มีประโยชน์มากมาย ทั้งสามารถนำไปทำอาหาร นำมาคั้นเป็นน้ำตะไคร้ที่มากด้วยสรรพคุณต่างๆ มากมาย รสชาติก้อร่อยทานง่าย เหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งตะไคร้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นพืชผักสวนครัวประจำบ้านที่ทุกบ้านก็จะมี หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด มีราคาไม่แพงอีกด้วย

สรรพคุณของสาลี่

การทานสาลี่นั้นควรทาน 1-2 ลูกต่อวันกำลังดี สาลี่นั้นมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ มีสาลี่หอม สาลี่หิมะ สาลี่ทอง สาลี่เป็ดสีเหลืองเปลือกหนา หรือสาลี่เปลือกสีเขียว ทุกสายพันธุ์ล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้วแต่เราจะชอบสายพันธุ์ไหนเป็นพิเศษ สาลี่จึงเป็นผลไม้สวรรค์ที่มีคนเปรียบเสมือน

สาลี่มีสรรพคุณช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดี ช่วยขับปัสสาวะ มีประโยชน์ต่อต่อมต่างๆ ในร่างกายเรา ช่วยบรรเทาโรคต่างๆ ในร่างกาย ระงับอาการทางประสาทได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะโรควัณโรค โรคโลหิตจาง หรือโรคที่มีความอ่อนแอที่รุนแรง หากเราทานสาลี่ก็จะช่วยบรรเทาได้

ดังนั้นสาลี่จึงมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการร้อนใน ช่วยบรรเทาโรคต่างๆ ได้ หรือสาวๆ ที่ต้องการจะลดความอ้วนก็ทานสาลี่ลดความอ้วนได้ ก่อนทานสาลี่ควรล้างสารพิษออกให้หมดก่อน ปอกเปลือกด้วยก็ได้ ถึงจะมีรสชาติหวานอร่อย หวานฉ่ำ

สรรพคุณทางยาของถั่วเหลือง

ถั่วเหลืองที่ทุกคนคุ้นเคยกันในการนำมาประกอบอาหารต่างๆ เช่น เต้าเจี่ยว นมถั่วเหลือง หรือใช่ในการประกอบอาหารคาวหวานต่างๆ แต่สรรพคุณทางยาของถั่วเหลืองก็มีอยู่ด้วยกันมากมายไม่แพ้กับรสชาติความอร่อยของมัน อยากรู้จักเจ้าถั่วเหลืองกันให้มากกขึ้นกว่านี้แล้วใช่มั้ยค่ะ งั้นเรามาดูสรรพคุณของเจ้าถั่วเหลืองกันเลย

ถั่วเหลืองช่วยลดคลอเลสเตอรอล ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน อีกทั้งยังสำคัญกับผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนเพราะ ถั่วเหลืองจะเข้าไปช่วยเพิ่มฮอร์โมนให้ คุณผู้หญิงวัยนี้สามารถเพิ่มฮอร์โมนให้ตัวเองได้ง่ายๆโดยการนำถั่วเหลืองมาประกอบอาหารรับประทาน หรือ จะเลือกรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของถั่วเหลืองก็ช่วยได้เหมือนกัน

นอกจากถั่วเหลืองจะช่วยรักษาโรคภายในร่างกายแล้ว ยังสามารถรักษาแผลภายนอกได้ โดยเฉพาะแผลที่เกิดขึ้นมาจากการเป็นโรคฝีดาษ โดยให้คุณนำถั่วเหลืองมาเผาจากนั้นก็นำไปบดให้เป็นผง ใช้ผสมนำมันหอมทาลงไปบริเวณที่เป็นแผล หรือ บริเวณที่มีน้ำหนองไหล มีหนองเรื้อรัง ในผู้ที่มีเลือดออกง่ายๆ ให้นำใบของต้นถั่วเหลืองมาประมาณ 1 กำมือ ต้มกับน้ำสะอาดจนเดือด ต้มให้งวดพอประมาณแล้วจึงยกลง จากนั้นก็นำมาดื่ม

สำหรับผู้ที่มีระบบย่อยอาหารที่ทำงานไม่เป็นปกติ ให้คุณนำถั่วเหลืองมาต้มกับน้ำ ฮ้วยติ้งพอเดือดจับเวลาประมาณ 20 นาที จากนั้นใช้ผ้าขาวบางกรองเอากากของถั่วเหลืองออก ตั้งทิ้งไว้รอจนน้ำระเหยออกหมด  จากนั้นเอาตะกอนที่ก้นมาบดให้เป็นผงใช้รับประทานวันละ 4 ครั้ง โดยสามารถใช้กับเด็กทารกที่ระบบย่อยอาหารยังทำงานได้ไม่เต็มที่

สัญญาณเตือนปัญหาฟันผุ

หลายคนไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยผู้ใหญ่ หรือวัยไหนๆ ก็ย่อมเจอกับปัญหาฟัะนผุ เป็นปัญหาที่ใครๆ ก็ไม่อยากเจอแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ แต่เราก็สามารถดูแลตัวเองได้ด้วยการดูแลรักษาฟันของเราให้ดีด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธีตอลดเช้า-เย็น แต่บางครั้งต่อให้ดูแลฟันดีแค่ไหนสักวันก็ย่อมมีการสึกกร่อนไปตามกาลเวลา อย่างปัญหาเรื่องฟันผุก็จะเป็นมากในคนที่ไม่ค่อยชอบแปรงฟัน หรือดูแลความสะอาดของช่องปากได้ไม่ค่อยดีนัก

สำหรับสัญญาณเตือนปัญหาฟันผุนั้นจะเป็นการเตือนเพื่อบ่งบอกว่าฟันเราเข้าขั้นเริ่มผุหรือผุแล้วแต่ยังไม่แสดงอาการชัดเจน หรือยังไม่แสดงอาการปวดฟันมากๆ หากปล่อยไว้ก็จะทำให้ฟันผุมากกว่าเดิม หรืออาจจะต้องถอดฟันสำหรับบางกรณี แต่ที่สำคัญเมื่อเรารู้ว่าฟันเราเริ่มผุแล้วก็ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการอุดฟัน หรือ บำรุงรักษาฟันให้มากกว่านี้เพื่อฟันซี่อื่นๆ จะได้ไม่ผุตามกันมา

สัญญาณเตือนปัญหาฟันผุ

  • ในร่องฟันของเราจะสังเกตุเห็นว่าเป็นคราบสีเหลือง
  • มีกลิ่นปากที่เหม็น
  • เริ่มปวดฟัน
  • เสียวฟันทุกครั้งที่กินของเย็นและของร้อน
  • ฟันมีลักษณะเป็นรู
  • บางครั้งปวดฟันมากจนตื่นขึ้นมากลางดึก
  • ตอนแปรงฟันก็จะปวดฟัน บางครั้งมีเลือดออกมาจากร่องฟันหรือฟัน